หน้าแรก - ประวัติฟุตบอลยูโร - ครั้งที่ 8 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1988 (เยอรมนีตะวันตก)

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1988

เยอรมันที่ผิดหวังกับผลงานในยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศส กลับมาหมายมั่นปั้นมืออีกครั้งใน ยูโร1988 ที่จัดขึ้นในบ้านตัวเอง

ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ ที่รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน สร้างทีมขึ้นมาใหม่ ด้วยผู้เล่นอย่าง โลธ่าร์ มัทเธอุส, เจอร์เก้น คลิ้นส์มัน, รูดี้ โฟลเลอร์, อันเดรียส เบรห์เม่ โดยยังมี โอลาฟ โธน กีโด้ บุควัลด์ และ ปิแอร์ ลิทบาสกี้ อยู่ในทีมด้วย

ในขณะที่เนเธอร์แลนด์ กลับมาสู่การแข่งขันระดับชาติ ด้วย สามทหารเสืออย่าง เพชรฆาตพรายกระซิบ มาร์โก แวน บาสเท่น, รุด กุลลิท และ แฟรงค์ ไรจ์กาด และพี่น้อง เออร์วิน-โรนัลด์ คูมัน โดยมีนายพล ไรนุส มิเชลส์ เป็นโค้ชใหญ่

สี่ทีมที่เข้าสู่รอบแรกในกลุ่ม A ได้แก่ เยอรมันเจ้าภาพ, อิตาลี, สเปน และเดนมาร์ก ส่วนกลุ่ม B ประกอบไปด้วย เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ, สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และสหภาพโซเวียต

ในกลุ่ม A เยอรมันและอิตาลีทำผลงานได้ดีใกล้เคียงกัน คือ เสมอกันเอง 1-1 และ ชนะอีก 2 นัดที่เหลือ โดยที่เยอรมันชนะเดนมาร์ก2-0 ด้วยการยิงของ คลิ้นส์มัน และโอลาฟ โธน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการชนะ สเปน 2-0 ด้วยการยิงของรูดี โฟลเลอร์ ทั้ง 2 ประตู ส่วน อิตาลี หลังจากเสมอกับเยอรมัน ก็ไปเอาชนะ สเปน 1-0 ด้วยการยิงของ จิอันลูก้า วิอัลลี่ และปิดท้ายด้วยการชนะเดนมาร์ก 2-0 เข้ารอบเป็นอันดับสองของกลุ่ม ด้วยจำนวนผลต่างประตูที่น้อยกว่า เยอรมัน 1 ลูก

ในกลุ่ม B อังกฤษลงเล่นเป็นนัดแรกของกลุ่ม ด้วยการแข่งขันยักษ์เขียวไอร์แลนด์ ก่อนที่ลูกทีมของเซอร์บ๊อบบี้ ร็อบสันไม่สามารถเอาชนะได้ ต้องเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-1 นัดที่สองของกลุ่ม เนเธอร์แลนด์แพ้ให้กับสหภาพโซเวียตไป 0-1 อังกฤษยังคงทำผลงานได้ไม่ดี ด้วยการแพ้เนเธอร์แลนด์อย่างหมดรูป 1-3 โดยไบรอัน ร็อบสันยิงให้อังกฤษ ส่วน มาร์โก แวน บาสเท่น ทำแฮตทริกให้กับตัวเอง อังกฤษปิดท้ายยูโร 1988 ของตัวเอง ด้วยการแพ้ให้กับสหภาพโซเวียตไปอีก 1-3 ก่อนหน้าที่สหภาพโซเวียตกจะแข่งกับอังกฤษ ก็เอาชนะ ไอร์แลนด์มาได้ 1-0 ทำผลงานชนะ 2 เสมอ 1 เป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม ส่วนเนเธอร์แลนด์ปิดท้ายเอาชนะ ไอร์แลนด์ไป 1-0 ทำให้เข้าป้ายเป็นอันดับสองของกลุ่ม

ในรอบเซมิ ไฟน่อล คู่แรกเป็นการพบกันระหว่าง เยอรมันเจ้าภาพและเนเธอร์แลนด์ อีกคู่เป็นการพบกับระหว่างสหภาพโซเวียตและอิตาลี

เยอรมันเจ้าภาพ โดยโลธาร์ มัทเธอุส ยิงให้เจ้าภาพขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 55 ก่อนที่ คูมัน จะมาตีเสมอให้เนเธอร์แลนด์ในนาทีที่ 74 และ มาร์โก แวน บาสเท่น จะมายิงในนาทีที่ 88 ทำให้เนเธอร์แลนด์หักหน้าเจ้าภาพ เข้าไปรอชิงชนะเลิศ

ลิตตอฟเชงโก้ ยิงให้สหภาพโซเวียต ขึ้นนำอิตาลีไปก่อน ในนาทีที่ 58 ก่อนที่โอเล็ก โปรตาซอฟ จะมาปิดท้ายอีกลูกในนาทีที่ 62 ทำให้สหภาพโซเวียตเข้าไปชิงชนะเลิศกับเนเธอร์แลนด์

นัดชิงชนะเลิศ รุด กุลลิท ยิงให้เนเธอร์แลนด์ขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 32 ก่อนที่ มาร์โก แวน บาสเท่นจะยิงปิดท้ายอีกลูกในนาทีที่ 54 คว้าแชมป์ไปครอง

ตารางคะแนน
    อันดับ ทีม W/D/L แต้ม

    เมือง&สนามบอล

    ชิงอันดับฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา

    ปีี ชนะเสิศ รองชนะเสิศ อันดับ 3
    2008สเปนเยอรมันรัสเซีย / ตุรกี
    2004กรีซโปรตุเกสเนเธอร์แลนด์ / สาธารณรัฐเช็ก
    2000ฝรั่งเศสอิตาลีเนเธอร์แลนด์ / โปรตุเกส
    1996เยอรมันสาธารณรัฐเช็กฝรั่งเศส / อังกฤษ
    1992เดนมาร์กเยอรมันเนเธอร์แลนด์ / สวีเดน
    1988เนเธอร์แลนด์สหภาพโซเวียตอิตาลี / เเยอรมนีตะวันตก
    1984ฝรั่งเศสสเปนเดนมาร์ก / โปรตุเกส
    1980เเยอรมนีตะวันตกเบลเยียมเชโกสโลวะเกีย
    1976เชโกสโลวะเกียเเยอรมนีตะวันตกเนเธอร์แลนด์
    1972เเยอรมนีตะวันตกสหภาพโซเวียตเบลเยียม
    1968อิตาลียูโกสลาเวียอังกฤษ
    1964สเปนสหภาพโซเวียตฮังการี
    1960สหภาพโซเวียตยูโกสลาเวียเชโกสโลวะเกีย