หน้าแรก - ข่าว - รูนโขกชัย!สิงโตเฉือนยูเครน1-0ลิ่วตัดอัซซูรี่
รูนโขกชัย!สิงโตเฉือนยูเครน1-0ลิ่วตัดอัซซูรี่
Posted:20/06/2012

 


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2012

 รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่ม ดี.

 วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2555

 อังกฤษ 1    -    0 ยูเครน
 


สนาม : ดอนบาส อารีน่า โดเนตส์ , ยูเครน

 

  เกมนัดสุดท้ายของกลุ่ม ดี "สิงโตคำราม" อังกฤษ ผ่านมาแล้ว 2 นัดมีอยู่ 4 คะแนน รั้งอันดับ 2 ของตารางกลุ่ม ต้องรับมือในเกมสุดท้ายกับ "เจ้าภาพร่วม" ยูเครน ที่ลงเตะไปสองเกมมีอยู่ 3 แต้ม โดยเกมนี้ อังกฤษ มีเงื่อนไขเข้ารอบคือต้องไม่แพ้ยูเครน หรือหากแพ้ทัพสิงโตคำรามต้องลุ้นให้สวีเดนชนะฝรั่งเศสด้วยความห่างอย่างน้อย 2 ประตูเมื่อเทียบกับที่พวกเขาแพ้ยูเครน ในขณะที่เงื่อนไขเข้ารอบของ ยูเครน มีอย่างเดียวคือต้องคว้าชัยเหนืออังกฤษให้ได้สถานเดียวเท่านั้น


  เกมนี้ ทัพสิงโตคำราม จะได้ เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีม พ้นโทษแบน 2 นัดกลับมาแล้ว โดยจะยืนคู่ แดนนี่ เวลเบ็ค เพื่อนร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ขณะที่ ธีโอ วัลค็อตต์ ปีกความเร็วสูงจากอาร์เซน่อล ต้องออกสตาร์ทในม้านั่งสำรองไปก่อน หลังสภาพร่างกายยังไม่พร้อมเท่าที่ควร ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ยังนำทัพเช่นเดิม


  ฝั่ง "เจ้าภาพร่วม" ยูเครน จะไม่มี อังเดร เชฟเชนโก้ กัปตันทีม ในรายชื่อ 11 คนแรก หลังยังไม่ฟิตเต็มถัง ต้องลุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่ข้างสนามก่อน ขณะที่แนวรุกนำโดย เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า, อาร์เต็ม มิเลฟสกี้, และ มาร์โก เดวิช


 

  เริ่มครึ่งแรกยูเครนเป็นฝ่ายเขี่ยก่อน และก็ได้ลุ้นจังหวะแรกทันที ในนาทีที่ 7 เมื่อ เดนีส การ์มาช มิดฟิลด์สโมสรดินาโม เคียฟ ได้ซัดไกลกว่า 30 หลา บอลเหินข้ามคานออกไปแบบได้เสียว

  ผ่านไป 20 นาที เป็นยูเครน ที่ครองเกมได้มากกว่า ขณะที่อังกฤษ ยังไม่มีจังหวะเข้าทำแบบจะแจ้งเลย

   นาทีที่ 22 "เจ้าภาพร่วม" ได้โอกาสอีกครั้ง เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง พลาด ไปเสียบอลให้กับ โอเลค กูเซฟ แบ็กขวายูเครน ได้ลากไปซัดด้วยซ้าย ระยะประมาณ 25 หลา บอลข้ามคานไปไม่กี่นิ้ว

  แต่อีก 2 นาที ต่อมาทัพสิงโตคำราม มาได้ลุ้นครั้งแรก จากจังหวะฟรีคิกเยื้องไปทางขวา สตีเว่น เจอร์ราร์ด เปิดไปหน้าประตู เวย์น รูนี่ย์ โฉบมาไม่ถึงบอลนิดเดียว และทำให้ อันเดร เปียตอฟ นายทวารเจ้าถิ่นเสียจังหวะทำบอลปลิ้นออกหลังไป

 
  อังกฤษเริ่มทำเกมได้ดีขึ้น นาทีที่ 28 ก็ได้จังหวะอีกครั้ง คราวนี้ แอชลี่ย์ ยัง เปิดจากซ้ายมาที่เสาสองถึง เวย์น รูนี่ย์ ได้โหม่ง บอลหลุดเสาออกหลังไป

   ฝั่งยูเครน ก็ตอบโต้มาทันควัน นาทีที่ 30 อันเดร ยาร์โมเลนโก้ รับบอลเข้าไปในเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจะล็อกหลอก แอชลี่ย์ โคล หนึ่งจังหวะ แล้วแปไปที่เสาสอง แต่เป็น โจ ฮาร์ท ที่พุ่งตะครุบไว้ได้เหนียวหนึบ

  ช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 40 ทีมสิงโตคำราม มาได้โอกาสอีก เมื่อสกอตต์ พาร์เกอร์ ได้ฮาฟวอลเลย์ ร่วม 25 หลา แต่บอลไม่ตรงกรอบ

  จากนั้นทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก อังกฤษ ยังเสมออยู่กับ ยูเครน 0-0

 

 กลับมาเล่นต่อในครึ่งเวลาหลังได้เพียงแค่ 3 นาที ทัพสิงโตคำราม ก็ออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว  1-0 จากจังหวะเตะมุมที่ยูเครนเคลียร์มาไม่ดี บอลมาถึง เกล็น จอห์นสัน จ่ายให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ด้านขวาอีกครั้ง ก่อน สตีวี่จี จะเปิดเข้าไปหน้าประตู บอลไปแฉลบมาร์โก เดวิช และ เยฟเฮน คาชาริดี้ ถึงสองครั้ง ทำให้ อันเดร เปียตอฟ เสียจังหวะบอลเลยหลุดมาที่เสาสองถึง เวย์น รูนี่ย์ โขกเข้าไปง่ายๆ ไม่เหลือ

  ผ่านไปถึงนาทีที่ 59 ยูเครน ก็เกือบมาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะเตะมุมสั้นทางซ้าย อันเดร ยาร์โมเลนโก้ เปิดมาให้อาร์เต็ม มิเลฟสกี้ ได้โขกคนเดียวเน้นๆ บอลข้ามคานออกไปนิดเดียว

  และอีก 2 นาทีต่อมา คราวนี้ "เจ้าภาพร่วม" น่าตีเสมอได้สุดๆ เมื่ออาร์เต็ม มิเลฟสกี้ จ่ายให้ มาร์โก เดวิช หลุดเข้าไปยิงติด โจ ฮาร์ท บอลลอยกระดอนสูงจะข้ามเส้นเข้าประตูแล้ว แต่เป็น จอห์น เทอร์รี่ ที่เคลียร์สกัดออกมาได้แบบหวุดหวิด

 นาที่ที่ 63 ก็มีใบเหลืองแรกของเกมเมื่อ อนาโตลี ติโมชุค กัปตันทีมยูเครน ไปทำฟาวล์ใส่ สกอตต์ พาร์เกอร์

  นาทีที่ 68 ลูกทีมของ รอย ฮอดจ์สัน ก็เกือบบวกประตูที่สอง เมื่อเจมส์ มิลเนอร์ ครอสจากขวา มาหน้าประตู อันเดร เปียตอฟ ปัดมาเข้าทาง แอชลี่ย์ โคล ที่เติมขึ้นมาได้อัดด้วยซ้ายเต็มๆ เปียตอฟ ต้องออกแรงพุ่งปัดออกหลังไปอีกครั้ง

 นาทีที่ 69 อังกฤษ ทำการเปลี่ยนตัวคนแรกก่อน ส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ ลงมาแทน เจมส์ มิลเนอร์ ทางปีกขวา

 นาทีต่อมา ยูเครน ก็แก้เกมทันควัน ส่ง อังเดร เชฟเชนโก้ กัปตันทีมคนเก่งลงสนามแทน มาร์โก เดวิช

 นาทีที่ 73 สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมอังกฤษ ก็มาโดนเหลืองแรก จากจังหวะโหม่งแย่งบอลแล้วไปศอกใส่ เดนีส การ์มาช

 นาทีต่อมา ยาโรสลาฟ ราคิตสกี้ กองหลังยูเครนก็มาโดนเหลืองอีกคน เมื่อไปตัดเกมใส่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

  เจ้าภาพร่วม ได้ลุ้นอีกครั้ง ในนาทีที่ 75 คราวนี้เป็น เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า ได้ซัดเต็มข้อ ประมาณ 25 หลา ร้อนถึง โจ ฮาร์ท ต้องพุ่งสุดตัวปัดออกไปได้ฉิวเฉียด

 นาทีที่ 77 ยูเครน แก้เกมเปลี่ยนตัวที่เดียวสองคนรวด ส่ง บ็อกดาน บุตโก้ มาแทน อาร์เต็ม มิเลฟสกี้ และเซอร์เก นาซาเรนโก้ แทน เดนีส การ์มาช

  นาทีต่อมา แอชลี่ย์ โคล ก็มาโดนใบเหลืองอีกคน หลังจากไปถ่วงเวลา

 นาทีที่ 82 ทัพสิงโตคำราม เปลี่ยนคนที่สองส่ง แอนดี้ แคร์โรลล์ กองหน้าลิเวอร์พูล ลงมาแทน แดนนี่ เวลเบ็ค ที่วันนี้โชว์ฟอร์มไม่ค่อยออก

  และนาทีที่ 86 อังเดร เชฟเชนโก้ มาโดนใบเหลือง หลังไปอัดใส่ แอชลี่ย์ ยัง

 
 จากนั้นนาทีเดียว อังกฤษ เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย เอาเวย์น รูนี่ย์ ออกไปพัก แล้วให้อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงมาเติมความสดแทน

  จากนั้นเจ้าภาพร่วม พยายามบุกเพื่อเอาประตูทีเสมอให้ได้ แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างหมด จบ 90 นาที อังกฤษ เอาชนะ ยูเครน ไปได้ 1-0 ทำให้ทัพสิงโตคำราม คว้าอันดับหนึ่งของกลุ่มมี 7 แต้ม ไปพบกับ อิตาลี ในรอบก่อนรองชนะเลิศต่อไป

 

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
 

  อังกฤษ: โจ ฮาร์ท - เกล็น จอห์นสัน, จอห์น เทอร์รี่, โจลีออน เลสค็อตต์, แอชลี่ย์ โคล - เจมส์ มิลเนอร์ (ธีโอ วัลค็อตต์ น.69), สตีเว่น เจอร์ราร์ด (กัปตันทีม), สกอตต์ พาร์เกอร์, แอชลี่ย์ ยัง - เวย์น รูนี่ย์(อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.87) - แดนนี่ เวลเบ็ค (แอนดี้ แคร์โรลล์ น.82)
  สำรอง: โรเบิร์ต กรีน (ผู้รักษาประตู) - แจ็ค บัตแลนด์ (ผู้รักษาประตู) - มาร์ติน เคลลี่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เลห์ตัน เบนส์, ฟิล โจนส์, ฟิล จากีลก้า, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, เจอร์เมน เดโฟ
  ใบเหลือง: สตีเว่น เจอร์ราร์ด น.73, แอชลี่ย์ โคล น.78

 
  ยูเครน: อังเดร เปียตอฟ - โอเล็ก กูเซฟ, เยฟเกนี่ คาเชริดี้, ยาโรสลาฟ ราคิตสกี้, เยฟเกนี่ เซลิน - อังเดร ยาร์โมเลนโก้, อนาโตลี ติโมชุค (กัปตันทีม), เยฟเกนี่ โคโนเปลียนก้า - เดนิส การ์มัช (เซอร์เก นาซาเรนโก้ น.78) - มาร์โค เดวิช (อังเดร เชฟเชนโก้ น.70), อาร์เต็ม มิเลฟสกี้ (โบห์ดาน บุตโก้ น.77)
  สำรองไม่ได้ใช้: มักซิม โควัล (ผู้รักษาประตู) - โอเล็กซานเดอร์ กอร์ไยนอฟ (ผู้รักษาประตู) - โอเล็กซานเดอร์ คูเชอร์, โอเล็กซานเดอร์ อลิเยฟ, อังเดร โวโรนิน, เวียเชฟสลาฟ เชฟชุค, รุสลัน โรตัน, เยฟเกนี่ เซเลซนอฟ, ทาราส มิคาลิค
  ใบเหลือง: อนาโตลี ติโมชุค น.63, ยาโรสลาฟ ราคิตสกี้ น.74

 

  ผู้ตัดสิน: วิคเตอร์ คาสไซ (ฮังการี)
  ผู้ช่วยผู้ตัดสิน: กาบอร์ เอรอส (ฮังการี), กียอร์กีย์ ริง (ฮังการี)
  ผู้ตัดสินที่ 4: ทอม ฮาราลด์ ฮาเก้น (นอร์เวย์)

แมนออฟเดอะแมตช์

 



สตีเว่น เจอร์ราร์ด
(กัปตันทีม)

 

        กัปตันทีมจอมเก๋าโชว์ผลงานได้โดดเด่นเหลือเกินทั้งเกมรุก และ ลงมาช่วยแผงรับตลอดทั้งเกม อีกทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดบอลให้ เวย์น รูนี่ย์ โขกประตูชัยอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะคว้าแข้งยอดเยี่ยมของเกมไปครอง
 


การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ "รูน"

 


เวย์น รูนี่ย์ (อังกฤษ)

 
        แม้จะติดโทษแบนจนไม่ได้เล่นในสองเกมแรก แต่นัดนี้ รูนี่ย์ กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงและมีส่วนร่วมกับเกมรุกของสิงโตคำราม มากเหลือเกิน ครึ่งแรกเขามีโอกาสโขกจ่อๆแต่พลาดเป้าไป


        พอต้นครึ่งหลังโอกาสมาหาอีกครั้งเมื่อ อังเดร เปียตอฟ นายทวารยูเครนทำพลาดรับบอลหลุดมือ คราวนี้ รูน ปราดเข้าหาโหม่งจ่อๆเข้าไป เป็นประตูสำคัญให้อังกฤษขึ้นนำ ก่อนคว้าชัยแล้วตบเท้าเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

ข่าวฮอต

ตารางคะแนน
    อันดับ ทีม W/D/L แต้ม

    เมือง&สนามบอล

    ชิงอันดับฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา

    ปี ชนะเลิศ รองชนะเลิศ อันดับ 3
    2008สเปนเยอรมันรัสเซีย / ตุรกี
    2004กรีซโปรตุเกสเนเธอร์แลนด์ / สาธารณรัฐเช็ก
    2000ฝรั่งเศสอิตาลีเนเธอร์แลนด์ / โปรตุเกส
    1996เยอรมันสาธารณรัฐเช็กฝรั่งเศส / อังกฤษ
    1992เดนมาร์กเยอรมันเนเธอร์แลนด์ / สวีเดน
    1988เนเธอร์แลนด์สหภาพโซเวียตอิตาลี / เเยอรมนีตะวันตก
    1984ฝรั่งเศสสเปนเดนมาร์ก / โปรตุเกส
    1980เเยอรมนีตะวันตกเบลเยียมเชโกสโลวะเกีย
    1976เชโกสโลวะเกียเเยอรมนีตะวันตกเนเธอร์แลนด์
    1972เเยอรมนีตะวันตกสหภาพโซเวียตเบลเยียม
    1968อิตาลียูโกสลาเวียอังกฤษ
    1964สเปนสหภาพโซเวียตฮังการี
    1960สหภาพโซเวียตยูโกสลาเวียเชโกสโลวะเกีย